evangelion 1.00:YOU ARE (NOT) ALONE

posted on 29 Apr 2008 21:22 by musshychan

วันนี้พึ่งได้ดู 『ヱヴァンゲリヲン新劇場版』ไป

ความจริงเรื่องนี้ฉายในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนกันยาปีที่แล้ว แต่ด้วยความวุ่นวายมากหลายในชีวิตทำให้พลาดโอกาสไปดูในโรง

(พูดไปงั้นแหละ ความจริงคือแค่หาเพื่อนไปด้วยไม่ได้ 555)

พอ DVD ออกเลยรีบโหลดมาดูในทันใด

(ยังไม่ยอมควักตังค์ง่ายๆอีกแน่ะ ชั่วเจงเรา )

ภาคการ์ตูนซีรีส์ที่ฉายทางทีวี 『新世紀エヴァンゲリオン』มีทั้งหมด 25 ตอน ออกอากาศครั้งแรกในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ ตุลาคม 2538 จนถึงวันที่ 27มีนาคม2539

พูดง่ายๆคือครั้งนี้เป็นภาคทำใหม่ในรอบสิบปี แต่ดูไปแล้วภาคทำใหม่สร้างกระแสได้ไม่เท่าภาคเก่า

เอวานเกเลียนภาคการตูนทีวีเป็นผลงานที่ก่อให้เกิดปรากฎการณ์ทางสังคมในญี่ปุ่น มีเสียงวิจารณ์มากทั่งทางบวกและลบ เนื้อหามีลักษณะโดดเด่นที่การเน้นอารมณ์ความรู้สึก ความคิด โลกภายในของตัวเอก มากกว่าตัวเรื่อง

โดยเฉพาะสองตอนสุดท้ายที่บรรยายพํฒนาการทางจิตใจของตัวเอก โดยการใช้สัญลักษณ์ และคำพูด โดยไม่เล่าถึงจุดจบของเรื่องเลย

(คนที่ชอบจะบอกว่าเป็นผลงานที่ลึกล้ำเหลือหลาย คนที่เกลียดจะบอกว่ามันเป็นเรื่องของคนโรคจิต คนที่เหลือบอกว่าดูไม่รู้เรื่องเฟร้ย ตอนดูครั้งแรกก็งงเหมือนกัน แต่พอกลับมาดูใหม่ประมาณห้าปีให้หลัง รู้สึกเหมือนจะรู้เรื่องมากขึ้น)

มีนักวิจารณ์ยกเรื่องนี้ให้เป็นการปฎิวัติวงการการ์ตูนครั้งที่สาม เทียบได้กับเรื่อง ยามาโตะในยุค70 และ กันดัมในยุค 80เลยทีดียว

การที่ตัวละครของเรื่องนี้ยังคงติดอันดับยอดฮิตตลอดช่วงสิบปีบ่งบอกได้ชัดว่าเรื่องนี้ได้รับความนิยมขนาดไหน

 อายานามิ เร กลายเป็นต้นแบบของ สาวเงียบ ที่มีให้เห็นกลาดเกลื่อนในผลงานอีกหลายเรื่อง

 ที่น่าสังเกตคือ บรรดาผู้กำกับชื่อดัง เช่น มิยาซากิ ฮายาโอะ (เจ้าพ่อสตูดิโอจีบลี)หรือ โทมิโนะ โยชิยุคิ (เจ้าพ่อกันดัม)แสดงความคิดเห็นด้านลบอย่างรุนแรงต่อผลงานเรื่องนี้

มิยาซากิกล่าวในเชิงว่าการสร้างผลงานโดยเน้นการปลดปล่อยอารมณ์(ของผู้กำกับ)โดยไร้การควบคุมมากเกินไป จะทำไห้ผลงานนั้นออกมาเลว

ส่วนโทมิโนะวิจารณ์ไปถึงผุ้ชมว่า การที่ผลงานเรื่องนี้ได้รับความนิยมแสดงว่าสังคมมีปัญหา

 

ส่วนตัวแล้วคิดว่าผลงานเรื่องนี้เป้นตัวแสดงจุดเปลี่ยนของยุคสมัย ถ้ามองจากคนรุ่นก่อนหน้าเช่นผู้กำกับทั้งสองท่านด้านบน ผลงานเรื่องนี้อาจจะเป็นผลงานที่เลว แต่ถ้าเรามองกันอย่างเป็นกลางการที่ผลงานลักษณะนี้ถูกสร้างขึ้นและได้รับความนิยมถล่มทลาย เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มีแนวความคิด ค่านิยมที่ต่างออกไป  โลกที่พวกเขามองจึงเป็นสิ่งที่คนรุ่นเก่าไม่อาจทำความเข้าใจได้

ไม่มีใครถูกใครผิด แค่ต่างกันเท่านั้นเอง

 

เผลอออกนอกเรื่องไปไกลแสนไกลกลับมาเข้าเรื่องต่อ

พอเทียบกราฟฟิกกับภาคเก่าแล้วเห็นได้ชัดว่าคุณภาพสูงขึ้นมาก แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของวงการการ์ตูนในช่วงสิบปี

เนื้อเรื่องก็ดูง่ายกว่าเดิม มีการโยงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับความเปลี่ยนแปลงในใจตัวละครให้เห็นชัดเจน

ไม่ใช่ปล่อยให้ไปเดากันเอาเองว่าอะไรเป็นอะไร

นอกจากนี้ยังมีการเล่าเรื่องส่วนที่ไม่เคยถูกกล่าวถึงในภาคทีวี แล้วก็มีการเพิ่มเนื้อเรื่องใหม่ด้วย

(สาวแว่นคนนั้นคือ.....โอ้ว ตื่นเต้ลๆ)

ว่ากันว่าจุดจบของภาคหนังคราวนี้จะจบแนวแฮปปี  (เค้าว่ากันนะ)

ถ้าจุดจบของภาคก่อนเป็นสัญลักษณ์ของ โลก ในสายตาผู้กำกับและผู้ชมในช่วงยุคเก้าศูนย์

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงหนึ่งทศวรรษ

 

อีกอย่างหนึ่งที่อยากให้สังเกตกันก็คือมีชื่อคนไทยหลายคนในรายชื่อทีมงานผู้ผลิตด้วย

เห็นแล้วภุมิใจว่าคนไทยเราก็มีฝีมือเป็นที่ยอมรับ มีความก้าวหน้าในวงการนี้

จินตนาการต่อไปว่า ในอนาคตวงการการ์ตูนในบ้านเราอาจจะได้งอกงาม

ไม่ต้องรอบริโภคแต่ของ เมด อินแจแปน อย่างทุกวันนี้

ขอเป็นกำลังใจให้กับคงไทยในวงการผลิต เกม การ์ตูนทุกคน

เราเชื่อว่าถึงวันนี้อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก แต่สักวันหนึ่งคุณกลายจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าหายากในสังคมไทย 

 

edit @ 29 Apr 2008 21:30:53 by musshychan@kyoto

edit @ 30 Apr 2008 20:53:57 by musshychan@kyoto

edit @ 30 Apr 2008 20:59:04 by musshychan@kyoto

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากดูอ่า

#1 By ゴッチ on 2008-04-29 21:32

คนที่เหลือบอกว่าดูไม่รู้เรื่อง << โดนค่ะ555+ เพราะตอนยังไม่ได้ตามที่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกะEVAนี่ แบบ "มันอะไรกันน่ะ =[]=" " 5555+

คนไทยเก่งค่า TvT!~ อยากดูจังเลยยยย

ความเปลี่ยนแปลงในใจตัวละครให้เห็นชัดเจน << ความในใจที่ชินจิมีต่อคาโอรุ?? 555555+

#2 By Syaolee on 2008-04-29 23:55